Company Logo
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ www.nettathai.org สนใจสมัครสมาชิก ติดต่อ โทรศัพท์ 0 4421 2370 - 1 โทรสาร 0 4421 2372 E-mail : nettathai@hotmail.com





อัตราแลกเปลี่ยน



พยากรณ์อากาศ




“อภิรดี” บินขายมันเกาหลีใต้ ก่อนรุกต่อจีนปลายสิงหาคมนี้

 

 

พาณิชย์นำคณะเอกชนเดินทางเจรจาซื้อขายมันสำปะหลังในตลาดเกาหลีใต้ 27-30 ส.ค.นี้

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปี 2560 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีแผนในการผลักดันสินค้าเกษตรกรเพื่อการส่งออกให้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2560 กรมได้จัดโครงการจับคู่ธุรกิจยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเร่งรัดการส่งออก กับประเทศผู้นำเข้ารายสำคัญ และในช่วงปลายเดือนกรมจะนำคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปเจรจาการค้า และผลักดันการเปิดตลาดสินค้าแป้งมันสำปะหลังที่ประเทศเกาหลีใต้ รวมไปถึงตลาดจีนในระยะต่อไป

“การส่งออกข้าวปีนี้น่าจะขายได้ถึง 11 ล้านตัน มากกว่าเป้าหมายที่ 10 ล้านตัน เนื่องจากตลาดโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ราคาอยู่ในระดับที่สูง”

ส่วนการนำคณะผู้แทนเยือนเกาหลีใต้เพื่อขยายตลาดการค้า การส่งออก เบื้องต้นกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 27-30 สิงหาคม 2560 โดยมีกำหนดเข้าหารือกับหน่วยงานรัฐ สมาคม ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ และใช้สินค้าแป้งมันสำปะหลัง เพื่อเจรจาธุรกิจ พร้อมกันนี้กำหนดการพบปะและหารือกับสมาคมกระดาษเกาหลีใต้ และสมาคมสหกรณ์อุตสาหกรรมเส้นก๋วยเตี๋ยว และผู้นำเข้ารายสำคัญด้วย

สำหรับสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปตลาดเกาหลีใต้ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า ยางพารา ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม เป็นต้น

ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างไทย-เกาหลีใต้ ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2560 มีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 6,339.91 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 18.13% การส่งออกอยู่ที่ 2,386.70 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 24.21% การนำเข้าอยู่ที่ 3,953.20 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14.74% ไทยยังขาดดุลการค้าอยู่ที่ 1,566.50 ล้านเหรียญสหรัฐ

นางอภิรดีกล่าวอีกว่า สำหรับการเจรจาซื้อขายสินค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางนั้น มีผู้นําเข้าร่วมเจรจาทั้งสิ้น 106 บริษัท จาก 27 ประเทศ ผู้ส่งออกไทยรวม 91 ราย และจากประเทศผู้นำเข้ารายสำคัญ เช่น จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน จอร์แดน UAE เลบานอน อินเดีย บังกลาเทศ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ โปแลนด์ อังกฤษ สเปน อิตาลี ฮังการี รัสเซีย เยอรมนี อาร์เจนตินา สหรัฐ โคลอมเบีย เม็กซิโก อียิปต์

ผลสรุปปริมาณการเจรจา และเกิดการสั่งซื้อ ได้แก่ 1.ยางพาราธรรมชาติ (ยางแผ่น ยางแท่ง น้ำยางข้น และยางคอมพาวนด์) รวม 442,740 ตัน กําหนดส่งมอบภายใน 1 ปี คิดเป็นมูลค่าสั่งซื้อ 24,350.7 ล้านบาท คํานวณราคายาง ณ วันที่ 2 สิงหาคมอยู่ที่ราคา 55 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่จํานวน 300,000 ตัน มูลค่า 15,000 ล้านบาท 2.ผลิตภัณฑ์ยาง (ล้อยางและถุงมือยาง) คิดเป็นมูลค่าการสั่งซื้อรวมทั้งสิ้น 61.21 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่า 2,081.14 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าสั่งซื้อภายในงานที่เกิดขึ้น มีจำนวนการซื้อขายอยู่ที่ 26,431.14 ล้านบาท กำหนดส่งมอบภายใน 1 ปี อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมดังกล่าวประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก จะส่งผลให้ราคาภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น

ที่า : ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 17 สิงหาคม 2560




Powered by Allweb Technology.